เทศกาลตวนอู่ (ไหว้บ๊ะจ่าง)
  ประเพณีไหว้พระจันทร์
  ประเพณีตรุษจีน
  การเซ่นไหว้บรรพบุรุษที่สุสานฝังศพ (เช้งเม้ง)
 
เทศกาลตวนอู่ (ไหว้บ๊ะจ่าง)
 

วันที่ 5 เดือน 5 ตามปฏิทินของจีน ชาวจีนเรียกว่า “ตวนหวู่เจ๋” สำหรับความหมายของชื่อเทศกาลนี้ คำว่า “ตวน” หมายถึงต้นหรือเริ่มต้น  วันที่ 5 เดือน 5 อยู่ในต้นเดือน 5   ส่วนตัวเลข 5 นั้นออกเสียงว่า “อู่ ” วันที่ 5 เดือน 5 จึงเรียกว่า “ตวนอู่” เป็นเทศกาลที่ไหว้เจ้าด้วยขนมจ้าง หรือบ๊ะจ่าง ขนมจ้างนี้คนจีนเรียกว่า “โจ้งจื่อ”

เกี่ยวกับความเป็นมาของเทศกาลตวนอู่ มีเรื่องเล่าหลายอย่าง บางคนเห็นว่าเทศกาลตวนอู่สืบเนื่องจากประเพณี“เสี้ยจื้อ”หรือประเพณีฉลองการย่างเข้าฤดูร้อนในสมัยโบราณ บางคนเห็นว่าเทศกาลนี้สืบเนื่องจากความเชื่อของประชาชนสมัยโบราณที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำแยงซีซึ่งบูชามังกร แต่ตำนานเกี่ยวกับความเป็นมาของเทศกาลตวนอู่ที่แพร่หลายมากที่สุด และเป็นเรื่องราวที่จารึกไว้ในประวัติศาสตร์ คือ ตำนานที่เล่ากันว่าเทศกาลตวนอู่เป็นเทศกาลเพื่อรำลึกถึงขุนนางผู้ซื่อสัตย์ของจีนชื่อชวีหยวน
 

เมื่อ 2200 ปีที่แล้ว สมัยกษัตริย์ฉู่กั๋ว ขุนนางชวีหยวนรับราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริตถือเอาประโยชน์สุขของราษฎรเป็นที่ตั้ง จึงเป็นที่รักใคร่ของประชาชน แต่ก็ถูกขุนนางกังฉินคอยใส่ร้ายป้ายสีต่อฮ่องเต้เสมอ ฮ่องเต้ก็หูเบาจึงสั่งเนรเทศขุนนางชวีหยวนให้ออกจากเมืองไป ว่ากันว่า ช่วงที่ขุนนางชวีหยวน ต้องร่อนเร่พเนจร ได้แต่งลำนำบทกลอนไว้มากมาย เล่าถึงความอาภัพชีวิตที่รันทด และความไม่อยู่ในทศพิธราชธรรมของฮ่องเต้ จนความทราบถึงพระเนตรพระกรรณ ก็ยิ่งพิโรธ แต่ขุนนางชวีหยวนก็ยังมีแก่ใจกราบทูลเสนอแนะข้อราชการ เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อแผ่นดิน แต่ฮ่องเต้ไม่สนพระทัย ขุนนางชวีหยวนพานน้อยใจ จึงไปกระโดดน้ำตายที่แม่น้ำมี่หลัวเจียง วันนั้นตรงกับวันที่ 5 เดือน 5    พอชาวบ้านรู้ต่างพากันไปช่วยงมหาศพ หวังจะนำมาทำพิธีให้สมเกียรติ แต่หาไม่เจอ จึงเอาข้าวไปโปรยไว้ แล้วบนบานศาลกล่าว ให้กุ้งหอยปูปลามากินแต่ข้าว อย่าได้กินศพของขุนนางชวีหยวน ปรากฎว่า แม่น้ำไหม้โหล ที่ชวีหยวนไปกระโดดน้ำตายนี้อยู่ในมณฑลหูนาน พอถึงแต่ละปีจะมีการระลึกถึงขุนนางชวีหยวน โดยชาวบ้านคิดว่า แทนที่จะโปรยแต่ข้าวลงไปก็ให้นำใบจ้างมาห่อข้าวแล้วใส่กับลงไป ห่อเรียบร้อยแล้ว จึงโยนลงน้ำไป ซึ่งต่อมาก็กลายไปเป็นธรรมเนียมการไหว้เทศกาลขนมจ้างเดือน 5 นี่เอง   การไหว้ขนมจ้างในปัจจุบัน ไม่ได้นำขนมจ้างไปโยนลงน้ำแล้ว แต่จะไหว้กันภายในบ้าน และหลายเมืองก็จัดเป็นงานใหญ่ มีการแข่งเรือมังกร กันเป็นที่สนุกสนาน บ้านไหนที่แม่บ้านมีฝีมือก็มักจะลงมือทำขนมจ้างเอง เรียกว่า “เปาโจ้งจื่อ” และแจกจ่ายญาติมิตรให้ได้ชิมกัน นอกจากนี้ ตามห้างร้านท้องตลาดก็จะมีขนมจ้างวางขายกันมากมาย

 
 
 

ในพื้นที่ตอนกลางและตอนปลายของลุ่มแม่น้ำแยงซี การแข่งเรือมังกรเป็นประเพณีที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งในเทศกาลตวนอู่ เล่ากันว่า ประเพณีแข่งเรือมังกรก็เกี่ยวข้องกับชวูหยวนเช่นกัน  คือ เมื่อประชาชนทราบว่าชวูหยวนกระโดดแม่น้ำแล้ว ก็พากันพายเรือไปช่วยชีวิตเขาอย่างสุดความสามารถ ต่อมา ก็ค่อยๆกลายเป็นประเพณีการแข่งเรือมังกรในเทศกาลตวนอู่ การแข่งเรือมังกรมักจัดอย่างใหญ่โตมโหฬาร บางครั้งมีเรือเข้าร่วมถึง 50-60 ลำ เรือแต่ละลำจะประดับด้วยหัวมังกรในรูปทรงต่างๆที่มีสีสันสดใส บนเรือตีฆ้องตีกลองดังสนั่นลั่นฟ้า เสียงโห่ร้องไชโยดังขึ้นระลอกแล้วระลอกเล่า เรือแต่ละลำไล่กวดกันบนผิวน้ำ บนฝั่งมีธงหลากสีสะบัดพริ้วไปตามสายลม มีผู้มาชมการแข่งขันเต็มสองฝั่ง บรรยากาศครึกโครมอย่างยิ่ง

 

การกินขนมจ้าง หรือบ๊ะจ่างเป็นประเพณีสำคัญที่สุดในเทศกาลตวนอู่ บ๊ะจ่างเป็นขนมที่ใช้ใบอ้อหรือใบไผ่ห่อข้าวเหนียว ทำเป็นรูปทรงกรวยหรือรูปลักษณะต่าง ๆ   แล้วใช้เชือกเส้นเล็ก ๆ มัด   เมื่อทำเสร็จแล้ว  ก็ใช้น้ำต้มให้สุก แล้วรับประทานได้    เนื่องจากประชาชาในท้องที่ต่าง ๆ ของจีนมีรสนิยมที่แตกต่างกัน   ไส้และรสชาติของบ๊ะจ่างในท้องที่ต่าง ๆ ของจีนจึงมีรสชาติที่แตกต่างกัน  เมือง ซูโจว เจียซิงและหนิงโปซึ่งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำแยงซี เป็นเขตที่เรียกได้ว่า ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว   ด้วยเหตุนี้  บ๊ะจ่างที่ผลิตจากที่นี่จึงเป็นตัวแทนของบ๊ะจ่างภาคใต้จีน  ส่วนประกอบที่สำคัญของไส้ มีถัวเขียวสุกที่บดละเอียด เนื้อหมู ลูกจ๊อที่บดละเอียดเป็นต้น   ส่วนบ๊ะจ่างของภาคเหนือจะนำลูกจ๊อที่บดละเอียดและผลไม้แห้งมาทำเป็นไส้ ก่อนเทศกาลตวนอู่จะมาถึง  ทุกบ้านต้องทำขนมบ๊ะจ่าง พอถึงวันเทศกาล จะหิ้วขนมบ๊ะจ่างที่ทำเองไปเยี่ยมญาติมิตร อาหารที่นิยมกินกันในเทศกาลตวนอู่นอกจากขนมบ๊ะจ่างแล้ว ยังมีไข่เค็ม เหล้าสุงหวง ซึ่งแต่ละอย่างล้วนมาจากความเชื่อเกี่ยวกับการสะเดาะเคราะห์ทั้งนั้น

 

นอกจากอาหารการกินแล้ว เมื่อถึงเทศกาลตวนอู่ ทุกบ้านต้องแขวนสมุนไพรที่เรียกว่า ไอ้เฉ่า ไว้บนหน้าประตูบ้าน ด้านหนึ่งเพื่อขับไล่สิ่งอัปมงคล อีกด้านหนึ่งก็เพื่อป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ เนื่องจากในช่วงเวลาที่เพิ่งย่างเข้าฤดูร้อนนั้น มีฝนชุก อากาศชื้น เชื้อโรคจึงเกิดขึ้นง่าย อีกทั้งมักจะมีแมลงและสัตว์เลื้อยคลานชุกชุม การแขวนสมุนไพรชนิดนี้ซึ่งมีกลิ่นหอม มีสรรพคุณขับไล่เหลือบ ไร ริ้น ยุง ตลอดจนงูและสัตว์เลื้อยคลานนานาชนิด ไว้ที่หน้าประตูสามารถป้องกันได้ในระดับหนึ่ง นอกจากนี้ ยังมีประเพณีการใช้ด้ายห้าสีพันข้อมือของเด็ก เชื่อกันว่าเด็กจะได้มีอายุยืนยาวร้อยปี และจะเย็บกระเป๋าใบเล็กๆเป็นรูปเสือบ้าง รูปลูกน้ำเต้าบาง ข้างในใส่เครื่องหอม แขวนไว้ที่หน้าอกของเด็ก นอกจากนี้ ยังจะให้เด็กสวมรองเท้ารูปหัวเสือ และใส่ผ้าเอี๊ยมที่ปักรูปเสือ เพราะเชื่อว่าการทำเช่นนี้สามารถปกป้องเด็กให้พ้นจากโชคร้ายและความอัปมงคล